บริการ

กัญญารัตน์เด็นทัลคลินิกเปิดบริการรักษารากฟัน จัดฟัน อุดฟัน ถอนฟัน ผ่าฟันคุด ฟอกสีฟัน อุดฟัน ทำฟันปลอม เคลือบหลุมร่องฟันป้องกันฟันผุ

Translate

Saturday, April 11, 2015

ข้อปฏิบัติในระหว่างการจัดฟัน


ข้อปฏิบัติในระหว่างการจัดฟัน


  1. หลีกเลี่ยงการเคี้ยวอาหารแข็ง เหนียวและกรอบทั้งหลาย เช่นการเคี้ยวก้อนน้ำแข็ง ปลาหมึก ถั่ว ลูกอม  และหมากฝรั่ง เพราะจะทำให้เครื่องมือจัดฟันหลุดได้
  2. การรับประทานผัก ผลไม้ ควรตัดแบ่งเป้นชิ้นเล็กพอคำ และเคี้ยวด้วยฟันกรามด้านหลัง ควรเลือกรับประทานของอ่อน ๆ 
  3. ในระยะแรกของการจัดฟัน มักจะเจ็บฟันและอาจมีแผลเกิดขึ้นในช่องปาก ซึ่งอาการจะค่อย ๆ ทุเลาลงในสัปดาห์  ที่การลดการระคายเคืองโดยนำขี้ผึ้งที่ได้รับจากทันตแพทย์ทาปิดทับบริเวณที่แหลมคม และการดื่มน้ำให้มาก จะทำให้แผลหายเร็วขึ้น
  4. ถ้ามีลวดเส้นเล็ก ๆ งอมาแทงริมฝีปากหรือแก้ม ให้ใช้ของไม่มีคม เช่น ยางลมหรือปลายดินสอเช็คแอลกอฮอล์กดปลายลวดเข้าไป
  5. แปรงฟันทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร เพื่อลดการเกิดฟันผุในระหว่างจัดฟัน
  6. ในระหว่างการจัดฟันควรพบทันตแพทย์เพื่อขูดหินปูน ทำความสะอาดฟัน และตรวจฟันผุทุก ๆ 6 เดือน

ขั้นตอนของการจัดฟัน


ขั้นตอนของการจัดฟัน

  1. ทันตแพทย์เก็บประวัติผู้ป่วย ได้แก่ แบบพิมพ์ฟัน และภาพถ่าย X-Ray
  2. ทันตแพทย์อธิบายแผนการรักษาให้กับผู้ป่วย
  3. ทันตแพทย์ติดเครื่องมือจัดฟันให้กับผู้ป่วยและให้การรักษาผู้ป่วยในระยะเวลาต่อเนื่อง ซึ่งผู้ป่วยควรพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ จนเสร็จสิ้นการรักษา เพื่อหลีกเลี่ยงผลเสียที่จะเกิดกับผู้ป่วย
  4. เฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นภายหลังการจัดฟัน ซึ่งผู้ป่วยควรปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์โดยเคร่งครัดและพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ

Friday, April 10, 2015

ปัญหาและปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการจัดฟัน (ตอนที่ 2)

มาอ่านกันต่อน่ะครับ.สำหรับปัญหาและปัจจัยเสียงที่อาจเกิดขึ้นจากการจัดฟัน (Part II)


  1. เครื่องมือจัดฟันอาจทำให้เกิดความระคายเคือง หรือเกิดแผลบริเวรณเหงือก แก้ม และริมฝีปากได้ ปกติแล้วภายหลังจากการพบทันตแพทย์เพื่อทำการปรับเครื่องมือในแต่ละครั้ง มักจะทำให้เกิดอาการตึงหรือปวดฟันบ้าง โดยที่ช่วงเวลาและระดับความรู้สึกดังกล่าว จะไม่เท่ากันในแต่ละราย โดยทั่วไปความรู้สึกปวดหรือตึง ฟันมักจะค่อย ๆ ลดลงไปภายใน 24-28 ชั่วโมง หลังจากการปรับเครื่องมือ แต่ถ้ามีอาการผิดปกติ หรือมีเครื่องมือหักหลุดเกิดขึ้นผู้ป่วยควรจะแจ้งให้ทันตแพทย์ทราบโดยเร็ว เพื่อแก้ไขหรือป้องกันมิให้เกิดเครื่องมือหลวมหลุดเข้าคอ
  2. การใช้เครื่องมือจัดฟันชนิดนอกช่องปากซึ่งมีความจำเป็นในผู้ป่วยบางราย ควรใช้โดยความระมัดระวัง เพราะอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุต่อใบหน้าหรือตาได้ ไม่ให้ใส่เครื่องมือนอกช่องปากในขณะเล่นกีฬา เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายได้ แม้เครื่องมือจะมีระบบความปลอดภัยไว้แล้วก็ตาม
  3. โดยมากการจัดฟันเพื่อแก้ไขปัญหาฟันซ้อนเก มักจะต้องมีการถอนฟันบางซี่ หรือ ในการแก้ไขการไม่สมดุลของโครงสร้างขากรรไกรบนและล่าง อาจต้องอาศัยการผ่าตัดกระดูกโครงสร้างใบหน้าร่วมด้วย ผู้ป่วยจึงควรสอบถามถึงปัจจัยเสีี่ยงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น จากการได้รับการบำบัดรักษาดังกล่าวจากทันตแพทย์ผู้ให้การรักษาก่อนการตัดสินใจ
  4. รูปร่างของฟันที่ผิดปกติหรือการเจริญเติบโตของขากรรไกรมีความไม่สมดุลกันในระหว่างหรือหลังการรักษา หรือมีการขึ้นของฟันที่ช้าผิดปกติ อาจทำให้ต้องได้รับการรักษาเพิ่มเติมหรือบางครั้งอาจต้องจัดฟันร่วมกับการผ่าตัด การที่ผู้ป่วยมีการเจริญเติบโตที่ผิดปกติไม่สมดุลกัน หรือมีการสร้างของฟันที่ผิดปกติเหล่านี้ เป็นกระบวนการทางธรรมชาติที่ทันตแพทย์ไม่สามารถควบคุมได้ และการเปลี่ยนแปลงการเจริญเติบโตภายหลังจากการจัดฟันอาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของผลการรักษา
  5. ระยะเวลาทั้งหมดที่ต้องใช้ในการจัดฟัน เป็นเรื่องที่อาจไม่สามารถกำหนดได้แน่นอน การมีการเจริญเติบโตของกระดูกที่น้อยหรือมากกว่าปกติ การให้ความร่วมมือที่ไม่ดีพอในการใส่เครื่องมือในแต่ละวัน การไม่รักษาความสะอาดภายในช่องปาก การทำเครื่องมือหลุด และการผิดนัดกับทันตแพทย์ล้วนมีผลให้ระยะเวลาในการรักษาเพิ่มขึ้น และจะมีผลต่อการรักษาที่ผู้ป่วยจะได้รับ
  6. เนื่องจากขนาดและรูปร่างของฟันในผู้ป่วยบางรายมีความแตกต่างกันอย่างมาก ดังนั้นเพื่อให้ได้ผลในการจัดฟันที่ดีทันตแพทย์จำเป็นต้องใช้การบูรณะฟันเข้าช่วย ซึ่งส่วนใหญ่มักจะได้แก่การอุดฟัน การทำครอบฟันหรือสะพานฟัน และหรือการรับการรักษาทางศัลย์ปริทันต์ โดยทันตแพทย์จะชี้แจงให้ผู้ป่วยทราบเป็นรายๆ ไปตามความจำเป็น
  7. โรคประจำตัวบางอย่างอาจมีผลต่อการจัดฟัน ผู้ป่วยควรแจ้งแก่ทันตแพทย์ทราบในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงของสุขภาพเกิดขึ้น


ปัญหาและปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการจัดฟัน (ตอนที่ 1)


  การรักษาต่าง ๆ ไม่ว่าในทางการแพทย์หรือทางทันตกรรมย่อมมีปัจจัยเสี่ยง และข้อจำกัดด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้นก่อนตัดสินใจรับการรักษาผู้ป่วยจึงควรรับทราบและพิจารณาผลเสียต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นต่อไปนี้
  1. การเกิดฟันผุ โรคเหงือก และการเกิดจุดด่างขาว (decalcification) บนผิวเคลือบฟัน ผลเหล่านี้จะเกิดในกรณีที่ผู้ป่วยรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลมากเกินไป และ/หรือไม่ทำความสะอาดฟันอย่างถูกวิธีและอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งปัญหานี้ก็เกิดขึ้นได้ตามปกติ แม้จะไม่ได้รับการจัดฟัน แต่การจัดฟันก็จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคดังกล่าวได้มากขึ้น
  2. ความยาวของรากฟันลดลงภายหลังจัดฟัน ซึ่งโอกาสที่จะเกิดปัญหาดังกล่าวนั้นมีไม่เท่ากันในผู้ป่วยแต่ละราย ส่วนใหญ่มักเกิดอย่างไม่มีนัยสำคัญและจะไม่มีผลกระทบต่อประสิทธิภาพการบดเคี้ยวอาหาร
  3. การเคลื่อนฟันอาจมีผลต่อสุขภาพของกระดูกและเหงือกที่รองรับฟัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่มีรอยโรคเดิมอยู่แล้ว ในผู้ป่วยที่มีการเรียงตัวของฟันที่ผิดปกติ การจัดฟันจะช่วยลดการสูญเสียฟันหรือการเกิดเหงือกอักเสบหรือการเกิดการละลายตัวของกระดูกเบ้าฟัน จะเกิดได้ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถทำความสะอาดฟันเพื่อกำจัดคราบจุลินทรีย์ออกจากฟันได้หมด
  4. ภายหลังการจัดฟันเสร็จแล้วฟันอาจมีการเคลื่อนไปจากตำแหน่งที่จัดไว้ได้ซึ่งมักจะเกิดขึ้นได้เล็กน้อยและเราสามารถลดการเกิดกรณีดังกล่าวได้โดยการใส่เครื่องมือคงสภาพฟันอย่างสม่ำเสมอและเป็นเวลานานเพียงพอ โดยปกติฟันสามารถเปลี่ยนแปลงตำแหน่งไปในลักษณะที่ไม่ต้องการได้จากหลายสาเหตุเช่น การขึ้นของฟันคุด การเจริญเติบโตหรือการเปลี่ยนแปลงไปสู่การเป็นผู้ใหญ่ การหายใจทางปาก การเล่นเครื่องดนตรีบางชนิดและนิสัยผิดปกติบางอย่าง เช่น การดูดนิ้ว การกัดเล็บ เป็นต้น ซึ่งปัจจัยทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นปัจจัยที่ทันตแพทย์ไม่สามารถควบคุมได้
  5. ในบางกรณีอาจมีปัญหาเกิดขึ้นที่ข้อต่อขากรรไกรอันมีผลให้เกิดการปวดที่ข้อต่อดังกล่าว ปวดศีรษะ หรือภายในหูซึ่งปัญหานี้อาจเกิดขึ้นได้แม้จะไม่ได้รับการจัดฟัน ดังนั้นถ้าเกิดปัญหาเหล่านี้ ผู้ป่วยควรจะรีบแจ้งให้กับทันตแพทย์ทราบ
  6. ในบางกรณีสำหรับฟันซี่ที่เคยได้รับอุบัติเหตุมาก่อนหรือเคยผุลึกมากๆ การเคลื่อนฟันอาจมีผลต่อเส้นประสาทที่มาหล่อเลี้ยงฟันทำให้มีอาการมากขึ้นจนต้องทำการรักษาคลองรากฟัน

อ่านตอนที่ 2

แผนการรักษาที่อาจเป็นไปได้ของการจัดฟัน



  โดยทั่วไปการจัดฟันมักเป็นการรักษาที่ผู้ป่วยต้องการที่จะขอรับการรักษาเอง แผนการรักษาที่เป็นไปได้จึงมักไม่ได้มีเพียงวิธีเดียว ผู้ป่วยจึงควรรับทราบสภาพและปัญหาที่มีทั้งหมดในช่องปาก จากนั้นจึงตัดสินใจว่าจะรับการรักษาหรือไม่จากแผนการักษาต่าง ๆ ที่อาจเป็นไปได้ โดยพิจารณาจากภาพของฟัน อวัยวะปริทันต์ และลักษณะใบหน้า ทั้งนี้แผนการรักษาที่อาจเป็นไปได้ของการจัดฟันมีดังนี้

  1. การจัดฟันโดยมีการถอนฟัน ร่วมด้วย หรือไม่ต้องถอนฟัน
  2. การจัดฟันร่วมกับการผ่าตัด
  3. การจัดฟันร่วมกับการใส่ฟัน
  4. การจัดฟันโดยมีข้อจำกัด ในกรณีที่ไม่สามารถรักษาให้เกิดผลการรักษาที่ดีที่สุดได้

Thursday, April 9, 2015

ข้อจำกัดของการจัดฟัน


ข้อจำกัดของการจัดฟัน

   เนื่องจากสภาพในช่องปากของผู้ป่วยแต่ละรายมีความแตกต่างกัน และการรักษาทางทันตกรรมมีข้อจำกัดบางประการตามธรรมชาติของผู้ป่วยแต่ละคนที่จะจัดฟัน ดังนั้น ผู้ป่วยที่จะจัดฟันแต่ละรายจึงอาจได้รับผลการรักษาที่แตกต่างกัน ซึ่งปัจจัยที่เราไม่สามารถคาดคะเนได้ ผลการตอบสนองของสรีระผู้ป่วยต่อการจัดฟันและความร่วมมือของผู้ป่วยเป้นปัจจัยหนึ่งที่อาจไม่สามารถทำให้การรักษาเป้นไปตามแผนที่วางไว้อย่างสมบูรณ์

แลกเปลี่ยน สอบถามการจัดฟันคลิกที่นี้

ประโยชน์ที่จะได้รับจากการจัดฟัน



ประโยชน์ที่จะได้รับจากการจัดฟัน
  การจัดฟัน มีเป้าหมายสำคัญที่จะทำให้สุขภาพโดยทั่วไปในช่องปากดีขึ้น ทำให้เกิดความสมดุลของฟันและใบหน้า เกิดรอยยิ้มที่สวยงาม มีความมั่นใจมากขึ้น มีบุคลิกที่ดี  นอกจากนี้ การเรียงตัวของฟันที่เหมาะสมเป็นระเบียบเรียบร้อย จะช่วยทำให้ทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น ลดอัตราการเกิดโรคต่าง ๆ ในช่องปาก เช่น การสึกที่ผิดปกติของฟัน ฟันผุ หรือโรคปริทันต์ ทันตแพทย์จัดฟันจะพยายามแก้ไขให้การบดเคี้ยวให้กระจายไปทั่วช่องปาก เพื่อลดแรงที่อาจลงสู่กระดูก รากฟัน เหงือกและข้อต่อขากรรไกรที่มากจนเกินไป